สีสื่อสาร : ความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้เฉดสี ใช้สื่อสารในภาษาอังกฤษ

 

 

 

   

     ในชีวิตประจำวันของเรามักจะพบว่า เฉดสีมากมายถูกนำมาแปลความหมาย และใช้เป็นตัวแทนในการสื่อสารในด้านต่างๆหลากหลายด้าน เช่น ในเชิงจิตวิทยาการตลาด เป็นตัวช่วยในการศึกษาเรียนรู้ ใช้ทำเป็นเครื่องหมายสื่อสารในการทหารเป็นต้น ในวันนี้ ทาง InterBoosters จะขอนำเสนอเกร็ดความรู้ในภาษาอังกฤษ ที่ใช้สีเพื่อการสื่อสารเชิงอารมณ์ รวมถึงพฤติกรรมกันค่ะ

 

สีขาว – ความกลัว ( afraid, scared )

            สีขาว แสดงถึงความรู้สึกถึงความกลัว ความกังวล ตัวอย่างประโยคเช่น You’re as white as a sheet ที่มาของประโยคดังกล่าวนี้คือ เมื่อคนเรารู้สึกกลัวหรือกังวลมากๆ ใบหน้าจะดูซีดเผือด ไม่มีสีเลือด ตัวอย่างประโยค

Will turned as white as a sheet when he heard the gun shot – วิลล์หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เมื่อเขาได้ยินเสียงปืนดังขึ้น

 

สีเหลือง – ขี้ขลาด ( coward )

            มีสำนวนในภาษาอังกฤษ ที่ใช้เรียกบางคนว่าเป็น yellow belly ความหมายของสำนวนดังกล่าว ได้หมายถึงบุคคลผู้นั้นเป็นคนขี้ขลาด ( You’re a coward) เป็นบุคคลที่มีลักษณะอ่อนแอ ตื่นตกใจกลัวอะไรอย่างง่ายๆ แสดงถึงการเป็นบุคคลที่ไม่สามารถให้ผู้อื่นพึ่งพาได้ในเวลาคับขัน

สีแดง – โกรธ ( angry ) และ อับอาย (embarrassed )

มีสองความหมายด้วยกันสำหรับสีแดง ความหมายแบบแรก แสดงถึงอารมณ์โกรธ ดังตัวอย่างประโยคต่อไปนี้

“Sometimes when people are turning red, they are angry.” โดยที่มาของประโยคดังกล่าว เกิดจากที่เวลาที่คนเราโกรธมากๆ เลือดสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าจนแดงก่ำนั่นเองค่ะ

ตัวอย่างประโยค เมื่อพูดถึงบุคคลที่กำลังมีอารมณ์โกรธ “He has red in the face.”

ความหมายแบบที่สอง คือ ความน่าอับอาย

ในบางสถานการณ์ที่เราเกิดความผิดพลาดต่อหน้าสาธารณชน ใบหน้าของเราก็เกิดอาการแดงด้วยความอับอาย ตัวอย่างประโยคเช่น “Rose was red with embarrassment because her underwear was showing” – โรสรู้สึกอับอายจนหน้าแดง เพราะกางเกงชั้นในของเธอได้โผล่ออกมา

 

สีชมพู – ความสุข

               สีชมพูแสดงถึงความสุข (Happy) ตัวอย่างประโยคเช่น “I was tickled pink” แปลว่า ฉันมีความสุข Tickle หากเป็นคำกริยาหมายถึง จักจี้ ผู้ถูกจักจี้จะหัวเราะ ซึ่งวลี tickled pink ก็แสดงอารมณ์ถึงการมีความสุขอีกแบบหนึ่ง เช่น หากมีบางคนบอกคุณว่า “I’m tickled pink to meet you ” หมายถึง “they’re happy to meet you” – พวหเขานั้นมีความสุขที่ได้พบคุณ

“Peter was tickled pink at the promotion” – ปีเตอร์รู้สึกมีความสุข จากการที่เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่ง

หรืออีกตัวอย่าง “He is in the pink of health” หมายถึง เขาคนนั้นช่างมีความสุขและสุขภาพดี

 

สีเขียว – อิจฉา

               สีเขียวเป็นสีที่แสดงถึงความอิจฉา (envy, jealousy) ซึ่งคำศัพท์ที่หมายถึงความอิจฉาในภาษาอังกฤษ ก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน Envy (noun) เป็นความอิจฉา ที่เห็นผู้อื่นมีของที่ตนเองอยากได้ ทำให้เกิดความรู้สึกอยากไขว่คว้าหาสิ่งๆที่มีลักษณะเดียวกันนั้นมาเป็นของตนเองบ้าง เช่น บางคนอิจฉาที่เพื่อนมีหน้าที่การงานที่ดี ก็อยากมีหน้าที่การงานที่ดีตามเพื่อนคนนั้น เป็นต้น ในขณะที่ Jealousy (noun) ที่หมายถึงความอิจฉาเช่นกัน แต่คนที่เกิดความอิจฉาแบบ jealousy นี้ จะรู้สึกอิจฉาผู้อื่น และอยากได้สิ่งซึ่งอันเป็นของผู้อื่น เช่น คนบางคนอิจฉาเพื่อนตนเองที่มีภรรยาที่ดี ซึ่งเขาไม่ได้ต้องการหาภรรยาที่ดีของเขาเอง แต่เขาอิจฉา และต้องการแย่งชิงภรรยาของเพื่อนมาเป็นของตนเอง ซึ่งในภาษาอังกฤษมีการเปรียบเทียบคนขี้อิจฉาเหล่านี้ว่าเป็น monster (สัตว์ร้าย ) การพูดถึงสัตว์ร้ายที่ขี้อิจฉาในภาษาอังกฤษ ดังตัวอย่างวลีนี้ Green-eyed monster, Green with envy

ตัวอย่างประโยค “Grey was green with envy when he saw Josh’s new Mercedes” – เกรย์รู้สึกอิจฉาเมื่อเขาเห็นรถเบนซ์คันใหม่เอี่ยมของจอร์ช

 

สีฟ้า – ความเศร้า

               สีฟ้าที่เรานึกถึงอาจจะเป็นความสวยงามกระจ่างของท้องฟ้าในยามกลางวัน แต่ในบางความหมายของสีฟ้าในภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นไปตามนั้น เช่น เมื่อบางคนถามคุณว่า “Are you feeling blue?”, “You look a little blue” ประโยคเหล่านี้แปลว่า คู่สนทนาคุณกำลังสอบถามว่าคุณนั้นรู้สึกเศร้าอยู่หรือไม่ ในเพลงสากลก็จะมีหมวดหมู่เพลงที่เรียกว่า The Blues ซึ่งก็หมายถึงเพลงเศร้า ตัวอย่างประโยคเช่น

“My dog just died and I lost my job. I got me the blues.” – สุนัขของฉันเพิ่งตาย แถมฉันยังตกงานอีก ฉันได้มีเพลงเศร้าให้กับตัวเองแล้วงานนี้

               ส่วนอีกสถานการณ์ที่สีฟ้า ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง คือ ในสถานการณ์ที่คุณกำลังสื่อสารกับคู่สนทนา และพบว่า คู่สนทนาไม่ได้ฟังคุณอยู่เลย และคุณก็พยายามอย่างหนักที่จะดึงความสนใจจากเขา สถานการณ์นี้ ไม่ได้ทำให้คุณโมโหจนหน้าแดง แต่ต้องใช้ประโยคว่า “I’m going to be blue in the face” เปรียบเสมือกับคุณพยายามอย่างหนักจนหายใจไม่ทัน ใบหน้าเริ่มเป็นสีน้ำเงินคล้ำจากอาการขาดอ๊อกซิเจน  เป็นอาการที่หมดเรี่ยวแรง (exhausted) เพราะต้องใช้พลังอย่างมหาศาลในการดึงความสนใจจากคู่สนทนาให้หันมาฟังนั่นเอง วลี talk until you’re blue in the face จึงหมายถึง คุณได้พร่ำพูดจนเกือบหมดลมแต่ไม่เกิดประโยชน์อันใดขึ้นมาเลยนั่นเอง

ตัวอย่างประโยค “Bobby was feeling blue in the face after he tried to convince the girl to date him” – บ๊อบบี้รู้สึกเหนื่อยจนแทบหมดลม หลังจากที่เขาพยายามหว่านล้อมหญิงสาวนางหนึ่งให้ออกเดทกับเขา

 

สีกับการอธิบายพฤติกรรม

 

นอกจากสีจะมีความหมายที่ใช้อธิบายถึงอารมณ์และ ยังมีความหมาย ที่ใช้สื่อสารในเชิงพฤติกรรมของคนได้ด้วย ดังนี้

 

สีเขียว – น้องใหม่

หากบางคนพูดกับคุณว่า “You’re green” หมายถึง คุณยังใหม่ในสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ คุณไม่เคยทำสิ่งนั้นมาก่อนเลย

 

สีแดง – คาหนังคาเขา

To get caught red-handed – จับได้คาหนังคาเขา ใช้พูดถึงสถานการณ์ที่คุณกำลังทำบางสิ่งบางอย่างอยู่ และค่อนข้างอยากเก็บไว้เป็นความลับ แต่ฉับพลันกลับมีคนเข้ามาพบและจับได้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่แบบที่คุณไม่ทันตั้งตัว เช่น ตัวอย่างประโยค

“If you were stealing money from someone and you put your hand in, they would catch you red-handed ” – หากคุณกำลังขโมยเงิน และในขณะที่คุณล้วงเข้าไป ได้มีคนจับคุณได้คาหนังคาเขา ซึ่งสีแดงในที่นี้ได้เชื่อมถึง “ความอับอาย” อันเป็นอีกหนึ่งความหมายของสีแดงที่ใช้สื่ออารมณ์ความรู้สึกนั่นเอง การถูกจับได้คาหนังคาเขา ก็ทำให้รู้สึกอับอายนั่นเอง

 

สีน้ำตาล – ประจบประแจง

Brown nose ใช้อธิบายถึงพฤติกรรมคนที่ชอบประจบประแจงผู้อื่นเพื่อหวังผลประโยชน์ Brown nose เป็นการอธิบายพฤติกรรมคนแบบดังกล่าว กับอากัปกริยาการเอาจมูกไปชน หรือจูบกับบั้นท้ายของอีกคนด้านหน้า ตัวอย่างประโยคเช่น

“If there is a girl that you like and you’re always saying : “You’re so pretty, and so nice and so smart. Everything you do is magic”, you’re brown noising” ในสถานการณ์นี้ คุณกำลังประจบประแจงผู้หญิงคนดังกล่าวด้วยคำชมที่เกินจริง เปรียบเสมือนคุณกำลังจูบที่บั้นท้ายของหญิงสาวผู้นั้น เป็นการทำให้หล่อนพึงพอใจ ด้วยเพราะมีความหวังว่าหล่อนจะให้อะไรดีๆกับคุณกลับมาเป็นการตอบแทน

หรือในที่ทำงาน ที่เรามักจะเห็นเพื่อนร่วมงานบางคนชอบประจบประแจงเจ้านาย เพราะหวังความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เมื่อคุณกำลังพูดถึงเพื่อนร่วมงานคนนั้น จะเป็นประโยคดังนี้ “Look at that brown noser over there. Look at him talk to the boss” – ดูที่คนขี้ประจบคนนั้นสิ ดูคำพูดคำจาที่เขากำลังคุยกับเจ้านาย

“If you are good enough, you don’t need to brown nose ” – เมื่อคิดว่าคุณทำดีมากพอแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องประจบ

 

อ่านจบแล้ว ลองเอาไปใช้จริงกันบ้างนะคะ

 

ที่มา : Learn English color expressions to talk about situations & emotions

https://www.youtube.com/watch?v=gQLwxxjSXWg

เผยแพร่เมื่อ 1 ธ.ค. 2017