เพิ่มพูนทักษะภาษาอังกฤษของคุณ ด้วยคำศัพท์ที่ถูกยืมจากภาษาต่างประเทศ

 

 

 

    ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ถูกนำไปใช้ในหลากหลายประเทศทั่วโลก และในขณะเดียวกัน ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติภาษาก็ได้เข้ามาตั้งรกรากในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเชิงวัฒนธรรม มีการหยิบยืมคำจากต่างภาษามากมายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของภาษาอังกฤษเอง การหยิบยืมดังกล่าว มีทั้งการนำมาใช้มาตรงๆ ไม่เปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบคำและความหมายเลย หรือแบบที่มีการปรับเปลี่ยนนิดหน่อย ก่อนมีการนำคำดังกล่าวไปใช้ในบริบทที่แตกต่างกัน ในวันนี้ ทาง InterBoosters ก็ขอนำเสนอตัวอย่างคำศัพท์ภาษาต่างประเทศ ที่ถูกหยิบยืมนำมาใช้ในภาษาอังกฤษ โดยอธิบายถึงความหมายดั้งเดิมของคำศัพท์เหล่านี้ และการนำมาใช้ในภาษาอังกฤษ มาดูไปพร้อมๆกันเลยค่ะ

 

  1. Tsunami (คำศัพท์ภาษาญี่ปุ่น) หมายถึงคลื่นชายฝั่ง ที่มักเกิดขึ้นหลังจากที่มีแผ่นดินไหว เป็นคลื่นขนาดใหญ่ที่ซัดสาดเข้าไปบนผืนแผ่นดิน มีความรุนแรงถึงขั้นสร้างความเสียหายให้แก่ทั้งชีวิตและทรัพย์สินผู้คนได้ อย่างไรก็ตาม มีการใช้คำว่า Tsunami มาใช้อธิบายถึงเหตุการณ์/สิ่งต่างๆ ที่ใหญ่โตและกระทันหัน เช่น ทั่วโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ผู้อพยพ ที่ผู้คนจำนวนมากได้เคลื่อนตัวจากถิ่นฐานเดิมไปยังที่แห่งใหม่ๆในโลก และประเทศที่กำลังรับผู้อพยพจำนวนมหาศาลนี้ พวกเขากำลังเผชิญสถานการณ์ “คลื่นยักษ์สึนามิของผู้อพยพ”ที่ถาโถมเข้ามา

 

  1. Gung ho (คำศัพท์ภาษาจีน) หมายถึง ที่ซึ่งกระตือรือร้นเป็นอย่างสูง ในภาษาจีนมักจะหมายถึงส่วนหนึ่งของทีมที่เป็นลักษณะดังกล่าว แต่ในภาษาอังกฤษ มักใช้กล่าวถึงบุคคลหนึ่งๆ ว่ามีลักษณะ “Gung ho” ที่หมายถึงบุคคลที่มีความกระตือรือร้นสูง พร้อมที่จะทำงานหนัก ยกตัวอย่างเช่น ในสถานการณ์ที่มีการรับพนักงานใหม่เข้ามาในบริษัท โดยพนักงานใหม่ที่รับเข้ามาเป็นผู้ที่มีไฟแรงในการทำงานมาก “he is so gung ho” ซึ่งทำให้พนักงานส่วนใหญ่รู้สึกกังวล เพราะตนเองจะถูกเปรียบเทียบได้ ตัวอย่างประโยคที่ใช้ gung ho เช่น “Anytime you’re ready to do something, you can do it gung ho or you can do it casual.” (เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณพร้อมจะทำบางสิ่ง คุณสามารถทำมันอย่างกระตือรือร้น หรือสามารถทำในแบบเรื่อยๆสบายๆก็ได้)

 

  1. Pro bono (คำศัพท์ภาษาลาติน) หมายถึง ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราเห็นแพทย์ หรือทนายความที่มีความเชี่ยวชาญในอาชีพของตน และประสบความสำเร็จในอาชีพของตนแล้ว เราจะเห็นว่าบ่อยครั้งพวกเขาเหล่านั้นได้ทำงานโดยไม่เรียกเก็บค่าบริการ เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ขาดแคลน ซึ่งเราได้เรียกงานการกุศลอีกลักษณะหนึ่งว่า “Pro bono work”

 

  1. Quid pro quo (คำศัพท์ภาษาลาติน) หมายถึง บางสิ่งสำหรับบางสิ่ง สอดคล้องกับสำนวน “If you scratch my back, I’ll scratch yours” หากคุณช่วยผม/ดิฉัน, ผม/ดิฉันก็จะช่วยคุณ Quid pro quo ก็หมายถึงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างบุคคลนั่นเอง

 

  1. Prima donna (คำศัพท์ภาษาอิตาเลี่ยน) หมายถึง Prima หมายถึง อันดับแรก ส่วน Donna หมายถึง ผู้หญิง เมื่อเราพูดถึงวงขับร้องประสานเสียงหรือโอเปร่า ผู้หญิงซึ่งเป็นนักร้องนำจะถูกเรียกว่า “Prima donna” แต่ในภาษาอังกฤษ เราจะใช้คำศัพท์ดังกล่าวในการอธิบายบุคคลที่สามารถเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ ที่อารมณ์แปรปรวนง่าย ไม่ค่อยจะพอใจอะไร เรียกร้องอยู่ตลอดเวลา “temperamental persons” ซึ่งการเรียกบุคคลหนึ่งๆว่ามีลักษณะเป็น Prima donna ความหมายเป็นไปในแง่ลบ

 

  1. Je ne sais qua (คำศัพท์ภาษาฝรั่งเศส) หมายถึง ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร ยกตัวอย่างในสถานการณ์ที่คุณกำลังพูดถึงสิ่งหนึ่งที่ดีมากๆ และมีคนต้องการให้คุณอธิบายเพิ่มเติมว่าสิ่งนั้นดีอย่างไร แต่แล้วคุณกลับไม่สามารถบอก หรือชี้ชัดถึงเหตุผลที่ทำให้สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดีในสายตาของคุณได้ แต่คุณรู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งนี้มีดี แต่บอกไม่ได้ว่ามันดีอย่างไร ก็สามารถตอบด้วยประโยคนี้ “Well, I don’t know. It has a certain je ne sais qua” ซึ่งคำนี้สามารถใช้อธิบายได้ทั้งผู้คน สิ่งของที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมอย่างแฟชั่น ศิลปะ เป็นต้น

 

  1. déjà vu (คำศัพท์ภาษาฝรั่งเศส) เป็นคำที่ใช้อธิบายความรู้สึกที่คุณเคยรู้สึกว่าเคยไปสถานที่นี้แล้ว หรือได้ทำบางสิ่งบางอย่างไปแล้ว ในขณะที่คุณกำลังอยู่ในสถานที่แห่งนั้น หรือกำลังจะทำกิจกรรมนั้นๆ สิ่งที่จะอธิบาย déjà vu ได้คือ ภาพยนตร์เรื่อง Denzel Washington ที่พูดถึงการมีชีวิตอยู่ในอดีตและอนาคต กลับไปกลับมาเป็นวัฏจักรของตัวละคร

 

  1. faux pas (คำศัพท์ภาษาฝรั่งเศส) หมายถึง ข้อขัดข้อง (errors) แต่ไม่เหมือน mistake (ความผิดพลาด) เป็นความขัดข้องในเชิงสังคม วัฒนธรรม หรือจารีตประเพณีที่บังคับใช้ในสังคมนั้นๆ เช่น ในสถานการณ์ที่คุณอยู่ในงานเลี้ยงสุดหรู ที่ทุกคนแต่งกายด้วยชุดราตรี แต่คุณกลับใส่รองเท้าออกกำลังกายไป จะเรียกว่า “that’s a fashion faux pas” หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง คือหลังจากที่มีการประกาศรางวัลใหญ่ด้านการแสดง เช่น Oscar มักจะมีนักแสดงบางท่านที่ถูกวิจารณ์การแต่งตัวจากสื่อต่างๆว่าไม่ค่อยเหมาะสม หรือเข้ากับงานนัก เช่น “She made a faux pas, a fashion faux pas. Very bad.”

 

  1. Du jour (คำศัพท์ภาษาฝรั่งเศส) หมายถึง แห่งวัน เช่น เมื่อคุณไปร้านอาหารบางแห่ง จะมีการจัดเมนูพิเศษของวันนั้นๆไว้ เช่น Soup du jour – Soup of the day ซึ่งอาจจะมีแค่วันนี้ แต่วันอื่นไม่มีเมนูนี้อีกแล้ว อีกทั้งสามารถใช้ในบริบทอื่นๆได้เช่น เมื่อคุณห็นเพื่อนบางคนที่เปลี่ยนแฟนบ่อยมาก ก็จะมีมุกตลกสำหรับไว้ถามว่า “So, who is the girlfriend du jour?”  = Who’s today’s girlfriend? หรือสามารถใช้กับบางสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆในสถานการณ์อื่นๆก็ได้

 

  1. Kaput (คำศัพท์ภาษาเยอรมัน) มาจากการเล่นไพ่ ที่หมายถึงผู้แพ้ แต่ในภาษาอังกฤษมักใช้กับสิ่งที่พัง หรือสิ่งของที่ไม่สามารถทำงานอย่างที่มันควรจะเป็น เช่น มีตู้เย็นหลังหนึ่ง ที่มักจะพัง และถูกซ่อมให้กลับมาใช้ได้ และพังอีก เป็นแบบนี้วนเวียนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดที่ไม่สามารถซ่อมต่อไปได้แล้ว เรียกตู้เย็นหลังนั้นว่า “It’s kaput” = “It’s finished”, “It’s done”, “It’s never going to work again” หากเรามีของแบบนี้อยู่ในบ้าน ก็แปลว่าถึงเวลาต้องทิ้งแบบจริงจังและซื้อใหม่แล้วค่ะ

 

  1. Guru (คำศัพท์ภาษาสันสกฤต) หมายถึงผู้แนะแนวเชิงจิตวิญญาณ มักปรากฏในศาสนาฮินดู หรือพุทธศาสนา แต่ในภาษาอังกฤษจะมีการใช้คำนี้อธิบายถึงผู้ที่เป็นผู้รอบรู้อย่างลึกซึ้งในงานของเขาคนนั้น หรือสิ่งที่เขากำลังทำนั่นเอง ซึ่งบุคคลดังกล่าวจะป็นผู้ที่สามารถถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับผู้อื่นได้

            จะเห็นว่า ตัวอย่างของคำศัพท์ในภาษาต่างประเทศที่ถูกมาปรับใช้ในภาษาอังกฤษนั้น ได้มีลักษณะการใช้ในต่างบริบท อีกทั้งความหมายที่แตกต่างไปจากต้นกำเนิดเดิม และคำเหล่านี้ ก็ได้มาปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของภาษาอังกฤษในปัจจุบัน

 

ที่มา Improve your Vocabulary: Foreign Words in English

https://www.youtube.com/watch?v=mEGlGMLG1V4

วันที่เผยแพร่ 17 มิถุนายน 2017